ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทยโดยบริษัท TransPod

0

ระบบขนส่งเป็นหัวใจของการพัฒนาและกระจายความเจริญของประเทศ พรรคอนาคตใหม่โดยธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจร่วมมือกับบริษัท TransPod ศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทย โดยเทคโนโลยี Hyperloop เป็นรูปแบบการขนส่งใหม่ของโลกสามารถเดินทางได้รวดเร็วมากกว่าเครื่องบิน

นอกจากใช้เป็นระบบขนส่งแล้วยังเป็นโอกาสสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีการขนส่ง Hyperloop การผลิตชิ้นส่วนเชิงอุตสหกรรมในภูมิภาค

เทคโนโลยี Hyperloop คืออะไร

เทคโนโลยี Hyperloop ได้ถูกคิดค้นและนำเสนอมานานแล้วแต่ด้วยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop ไม่สามารถทำได้จริงในเชิงพาณิชย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 อีลอน มัสก์ผู้บริหารบริษัท SpaceX ได้รวบรวมวิศวกรของบริษัทเพื่อเขียนเอกสารเทคโนโลยี Hyperloop ชื่อเอกสาร Hyperloop Alpha โดยเปิดให้บริษัทต่าง ๆ นำเอกสาร Hyperloop ไปพัฒนา

เทคโนโลยี Hyperloop ใช้การขนส่งที่นำเอาแนวคิด Levitation Concept การยกตัวของยานพาหนะโดยหลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การลอยตัวด้วยแม่เหล็ก (Magnetic Levitation) และการลอยตัวด้วยอากาศ (Air Bearing)  ภายในท่อขนส่งที่มีการปรับแรงดันอากาศให้เบาบางเพื่อลดแรงต้านของอากาศทำให้สามารถเดินทางได้รวดเร็วกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น

ธนาธรเดินทางไปดูระบบขนส่ง Hyperloop ที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

แนวคิดการสร้าง Hyperloop กลายเป็นข่าวใหญ่ในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมาโดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เดินทางไปดูระบบขนส่ง Hyperloop ของบริษัทต่าง ๆ ที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาด้วยตัวเองและเลือกบริษัท TransPod เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทยโดยใช้เงินทุนส่วนตัวว่าจ้างบริษัท

อ่านเพิ่มเติม : ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเดินทางไปดูระบบขนส่ง Hyperloop ที่สหรัฐอเมริกา

ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทย

เทคโนโลยี Hyperloop เป็นรูปแบบการขนส่งแบบใหม่คลื่นลูกที่ 5 ถัดจากเรือ รถไฟ รถยนต์และเครื่องบิน การศึกษาความเป็นไปได้ของบริษัท TransPod มองว่าเส้นทางที่มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน คือ เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ระยะทาง 590 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 52 นาทีและเส้นทางกรุงเทพ-ภูเก็ตระยะทาง 725 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 1 ชั่วโมงกับอีก 4 นาที ระบบ Hyperloop จะสามารถส่งผู้โดยสารเข้าถึงตัวเมืองได้ในทันทีไม่ต้องใช้ระบบขนส่งอื่นถ่ายโอนผู้โดยสารเข้าตัวเมืองแบบการใช้เครื่องบิน

บริษัท TransPod นำเสนอเทคโนโลยี Hyperloop โดยการขนส่ง Pod ห้องโดยสารความยาว 25 เมตรผ่านทางท่อที่มีแรงดันต่ำผสมกับเทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้า ท่อขนส่ง Hyperloop จะยกขึ้นสูงจากพื้น 4 เมตรส่วนด้านบนของท่อ Hyperloop ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ผลิตพลังงานไฟฟ้าไปตลอดเส้นทางความยาวของท่อ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากเพียงพอสำหรับใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อน Hyperloop และกระจายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานในเมือง

Hyperloop เดินทางด้วยความเร็วสูงสุด 1,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเดินทางด้วยระบบขนส่ง Hyperloop สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 1,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและมีความปลอดภัยระดับเดียวกับเครื่องบินโดยสารสามารถเดินทางได้ในทุกสภาพอากาศเนื่องจากแคปซูล Pod เดินทางภายในท่อ เทคโนโลยี Hyperloop ใช้พลังงานไฟฟ้าลดการปล่อยสาร CO2 ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ สามารถปล่อยแคปซูล Pod ออกจากสถานีในความถี่ที่มากกว่ารถไฟความเร็วสูงขนส่งผู้โดยสารในอัตรา 4,000 คนต่อชั่วโมง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้ง 2 เส้นทางประมาณ 598 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 1,012 บาทต่อที่นั่ง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop สามารถทำความเร็วได้เพียง 387 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยบริษัท Virgin Hyperloop One ซึ่งอาจสามารถทำความเร็วมากกว่านี้ได้ในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้บริษัท Hyperloop Transportation Technologies หรือ HTT กำลังเริ่มก่อสร้างเส้นทางทดสอบระบบ Hyperloop ที่ประเทศฝรั่งเศสและจะทดสอบแคปซูล Hyperloop ได้ภายในปี 2019

อ่านเพิ่มเติม : แนวคิด Hyperloop Pod ของบริษัท TransPod

นอกจากแนวคิดการใช้งานเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทยพรรคอนาคตใหม่ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนา R&D ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าก่อสร้างศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทยภายในปี 2021 ความยาวของท่อ Hyperloop กว่า 10 กิโลเมตรยาวที่สุดในโลกใช้เวลาวิจัยพัฒนาประมาณ 9 ปีก่อนเปิดให้บริการระบบขนส่ง Hyperloop ในปี 2030 ส่งประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศแรก ๆ ที่เปิดให้บริการระบบขนส่ง Hyperloop ของโลก

คลิปวิดีโอการแถลงข่าวผลการศึกษาเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทย

บันทึกการแถลงข่าว “ไฮเปอร์ลูป : ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไทย”

“อนาคตใหม่” แถลงผลศึกษา “ไฮเปอร์ลูป” ในไทย สร้างงาน 1.8 แสนตำแหน่ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 9.7 แสนล้านบาท พร้อมนำไทยสู่การเป็นแนวหน้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโลก.เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และที่ปรึกษาโนบายคมนาคมพรรคอนาคตใหม่ จัดแถลงข่าว “ไฮเปอร์ลูป : ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย” โดยนายธนาธรเริ่มต้นโดยการอธิบายหลักวิธีคิดและวิธีการออกแบบนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ โดยยึดหลักการสร้าง “คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก” ทำให้นโยบายที่ออกแบบมาแต่ละด้านจะร้อยรัดกัน มีลักษณะพลิกประเทศเพราะแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างยั่งยืน แต่ที่ผ่านมาตนและพรรคอนาคต-ใหม่แสดงออกชัดเจนเกี่ยวกับจุดยืนและนโยบายทางด้านการ “สร้างคนเท่าเทียมกัน” มาตลอดหลายเดือนแล้ว แต่ที่ตนและพรรคยังไม่ได้แสดงให้ประชาชนเห็นชัดก็คือนโยบาย “สร้างไทยเท่าทันโลก”.โดยนายธนาธรกล่าวย้อนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงยุคทศวรรษที่ 1980-1990 ประเทศไทยเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นเสื้อตัวที่ห้าแห่งเอเชีย ที่จะกลายเป็นประเทศร่ำรวยต่อจากฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน แต่กลับทำไม่สำเร็จ แถมประเทศไทยยังถูกทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศที่ตามหลังไทยอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียก็เริ่มไล่กวดไทยจนไกลจะแซงหน้าไทยแล้วเช่นกัน .เมื่อพูดถึง “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ปี 2540 คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแค่ ปัญหาการจัดการเศรษฐกิจมหภาคหรือการต่อสู้กับการเก็งกำไรค่าเงินบาท แต่นั่นเป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ปัญหารากฐานของเศรษฐกิจที่อยู่ลึกกว่านั้นคือ การเติบโตที่ผ่านมาของไทยตั้งอยู่บนเป้าหมายการเป็น “ฐานการลงทุน” ให้กับกิจการต่างชาติ เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำให้ตัวเลขส่งออกและจีดีพีสูงขึ้นภายในเวลาสั้นๆ และมีการจ้างงาน รายได้เข้าประเทศแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น ไม่ยั่งยืน แต่เราไม่เคยสนใจการพัฒนาเทคโนโลยีและทักษะความสามารถของเราเองอย่างจริงจัง จนงานวิชาการหลายชิ้นเรียกการพัฒนาของไทยว่าเป็น Technologyless Industrialization หรือ “การพัฒนาอุตสาหกรรมโดยไร้เทคโนโลยี” ซึ่งทำให้ในระยะยาว ไทยไม่สามารถไล่กวดทันกับประเทศอื่นได้ ซึ่งในแต่ละอุตสาหกรรมมีเทคโนโลยีเฉพาะตัว ประเทศที่มาทีหลังมี 3 ทางให้เลือก ก็คือ 1. Path-following Strategy การเดินตามผู้นำ โดยให้ผู้นำถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาให้ทีละขั้นตอน ซึ่งประเทศไทยมัดเดินตามเส้นทางนี้มาตลอด แต่เกาหลีใต้และไต้หวันประสบความสำเร็จมาแล้วจากการเดินตาม 2 ทางเลือกต่อไปนี้ คือ2. Path-skipping Stategy อาศัยความได้เปรียบจากการมาทีหลัง ข้ามลัดขั้นตอนลองผิดลองถูกของผู้นำ และ3. Path-creating Strategy กล้าเลือกเส้นทางใหม่เลย.ดังนั้นเทคโนโลยี “ไฮเปอร์ลูป(Hyperloop)” ถือเป็นหนึ่งในหลายความเป็นไปได้ที่ทำให้เรามุ่งสู่เส้นทางใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย.ทางด้าน ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กล่าวแนะนำไฮเปอร์ลูป ว่าเป็นระบบขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาพัฒนา มีระบบการทำงานลักษณะคล้ายตู้ทรงกระบอกความยาวประมาณ 25 เมตรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าภายในท่อที่มีแรงกดอากาศต่ำใกล้เคียงสูญญากาศ เพื่อลดแรงเสียดทานจากปัจจัยต่างๆ โดยหวังว่าในอนาคตจะสามารถเดินทางได้ด้วยความเร็วถึง 1,100 กม./ชม. แต่ใช้พลังงานและปล่อยมลพิษน้อยกว่าการเดินทางแบบอื่นๆ .ส่วนรายละเอียดผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและประโยชน์ที่จะได้รับจากไฮเปอร์ลูปในประเทศไทย ต้นแบบการศึกษาเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพ-ภูเก็ต พบว่าในอนาคตมีความเป็นไปได้สูง เพราะอาจมีต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำกว่ารถไฟความเร็วสูง และได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ไม่น้อยไปกว่ากัน (คาดว่าประมาณ 9.7 แสนบ้านบาท) โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างงานในประเทศได้ถึง 1.8 แสนตำแหน่งงาน และไฮเปอร์ลูปมีความปลอดภัยและความสเถียรและโดยเฉพาะความสะดวกรวดเร็วที่ถือว่าดีที่สุดเมือเทียบกับการเดินทางแบบอื่นๆ .สุดท้าย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวสรุปว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เสนอนโยบายให้สร้างไฮเปอร์ลูปทันที แต่จะเสนอนโยบายตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฮเปอร์ลูปทั้งหมดเพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างอุตสาหกรรมไฮเปอร์ลูป อย่างไรก็ตามหากพบว่าผลการศึกษาหรือการวิจัยพัฒนานั้นไม่สามารถทำได้จริง ก็ยังมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมากมายที่ได้องค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีไฟฟ้า อวกาศ เกษตร คมนาคม ระบบการขึ้นรูปโลหะ ระบบปรับแรงดันอากาศ ฯลฯ.แต่หากเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปประสบความสำเร็จ ไทยจะเป็นประเทศที่ขยับจากผู้ตามไปเป็นผู้นำ สามารถผลิตเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ได้ สามารถขยับที่ทางของประเทศไทยไปเป็นแนวหน้าของประเทศอุตสาหกรรมโลกได้ ตามแนวทาง Path-skipping Stategy และ Path-creating Strategy.และนี่คือวิสัยทัศน์ของพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมประเทศไทยของพรรคอนาคตใหม่.สำหรับข้อคิดเห็นต่อการสร้างระบบรางในปัจจุบัน เห็นว่าจำเป็นต้องทำรถไฟรางคู่ให้ครอบคลุมเสียก่อน เนื่องจากมีความเหมาะสมทางด้านงบประมาณมากกว่า ส่วนรถไฟความเร็วสูงนั้นอาจไม่จำเป็น เพราะประเทศไทยอาจจะช้าไปเสียแล้วสำหรับเทคโนโลยีนี้ สามารถข้ามขั้นไปไฮเปอร์ลูปได้เลย .โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่าจะเปิดเผยรายงาน Preliminary Feasibility Report ในช่วงหลังการเลือกตั้งเพราะหากเปิดเผยในช่วงนี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจขัดกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้ ดังนั้นคาดว่าจะเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2562 โดยรายงานผลการศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้น แต่ทุกคนสามารถนำไปศึกษา พัฒนา อ้างอิง ทำซ้ำ ดัดแปลง และวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่ โดยถือว่าผลการศึกษาชิ้นนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของสาธารณะ.

โพสต์โดย Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2019

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทย

เทคโนโลยี Hyperloop กำลังอยู่ในช่วงวิจัยพัฒนาโดยหลายบริษัทและอาจต้องใช้เวลาในการวิจัยพัฒนาอีกซักระยะหนึ่งเพื่อทำให้สามารถเดินทางด้วยความเร็วกว่า 1,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประเทศต่าง ๆ ที่สนใจเทคโนโลยี Hyperloop อยู่ในจุดวัดใจที่รัฐบาลจะต้องเลือกว่าจะรอให้เทคโนโลยีเทคโนโลยี Hyperloop พัฒนาจนถึงจุดที่สามารถใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์และรอซื้อเพื่อนำมาใช้งานในประเทศ หรือจับมือกับบริษัทที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop เพื่อพัฒนาไปพร้อมกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งแบบใหม่นี้

วิธีการจับมือกับบริษัทเพื่อวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop นี้มีความเสี่ยงสูงกว่าตัวเลือกวิธีแรก แต่สามารถทำให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop ในอนาคต ระบบขนส่ง Hyperloop จะกลายเป็นเทคโนโลยีการขนส่งหลักเป็นคลื่นลูกที่ 5 เป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่ามากกว่ารถไฟความเร็วสูงและประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยี Hyperloop เป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีของภูมิภาคไม่ใช่เป็นเพียงประเทศผู้ซื้อเทคโนโลยีอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

อย่างไรก็ตามแม้ว่าพรรคอนาคตใหม่จะให้ความสำคัญกับการขนส่งระบบรถไฟธรรมดารางคู่โดยมองข้ามรถไฟความเร็วสูงในบางเส้นทางที่เริ่มประมูลงานไปแล้วนั้นอาจเป็นตัวเลือกที่มีความเสี่ยงสูง รวมไปถึงพื้นที่สถานีกลางบางซื่อที่มีการก่อสร้างให้รองรับรถไฟความเร็วสูงไปแล้วและมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปมากพอสมควร ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop อีกอย่างน้อย 9 ปีอาจทำให้ประเทศเสียโอกาสในการพัฒนาไปและงบประมาณจำนวนมหาศาล

ดังนั้นรูปแบบที่มีความเป็นไปได้ คือ การให้ความสำคัญกับรถไฟธรรมดารางคู่กระจายทั่วประเทศ รถไฟความเร็วสูงในบางเส้นทางที่มีความคุ้มค่าในการก่อสร้างและการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop ควบคู่ไปด้วย เมื่อเทคโนโลยี Hyperloop ถูกพัฒนาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จึงเริ่มสร้างตามเส้นทางที่มีการศึกษาความเป็นไปได้เอาไว้ในประเทศไทย

ที่มาของข้อมูล

About TransPod
Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

Share.

About Author

Name : Peerapat Chuejeen "M" Tel : 086-5930737 E-mail : maspirecreation@gmail.com Facebook : www.facebook.com/peerapat.chuejeen Twitter : https://twitter.com/aspirecreation

Comments are closed.