ยาน Dream Chaser กระสวยอวกาศยุคใหม่

0

ยาน Dream Chaser ออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท Sierra Nevada ประเทศสหรัฐอเมริกาตัวยานจัดอยู่ในกลุ่มของเครื่องบินอวกาศระดับวงโคจร (Orbital Space Plane) สามารถบรรทุกนักบินอวกาศหรือขนส่งสัมภาระขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS และเดินทางกลับโลกในลักษณะที่คล้ายกระสวยอวกาศรุ่นก่อนแต่มีขนาดเล็กกว่าประมาณ 3 เท่าขนาดของยาน Dream Chaser มีความยาวประมาณ 9 เมตร วงปีกกว้าง 7 เมตร ถูกออกแบบให้บรรทุกนักบินอวกาศได้ 2-7 คนตามความแตกต่างของภารกิจสามารถปฏิบัติการในวงโคจรโลกระดับต่ำ (Low-Earth Orbit) ตัวยาน Dream Chaser สามารถใช้งานซ้ำได้ ( Reusable Space Vehicle ) ประมาณ 15 เที่ยวบินอวกาศ Dream Chase ใช้ระยะทางวิ่งรันเวย์ลงจอดความยาว 2.4 กิโลเมตรซึ่งเป็นระยะทางรันเวย์ที่น้อยกว่าเครื่องบินทั่วไปรวมไปถึงกระสวยอวกาศ

ยาน Dream Chaser ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ 3 รูปแบบประกอบด้วย Cargo System (Uncrewed) ถูกใช้ในภารกิจจัดส่งทรัพยากรขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ, Space System (Crewed) ถูกใช้ในภารกิจส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ, Multi-Mission Solutions ถูกใช้ในภารกิจความร่วมมือด้านอวกาศกับประเทศต่าง ๆ โดยยานสามารถปรับแต่งได้หลากหลายตามความเหมาะสม จุดเด่นของยาน Dream Chaser คือสามารถเดินทางกลับโลกและร่อนลองจอดเหมือนกระสวยอวกาศ พร้อมความยืดหยุ่นสามารถใช้งานร่วมกับจรวดจากหลายบริษัทเช่น Atlas V, Ariane 5 หรือแม้แต่จรวด Falcon Heavy Rocket อย่างไรก็ตาม Dream Chaser ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในภารกิจวงโคจรระดับต่ำไม่สามารถทำภารกิจในอวกาศระดับลึกเช่น ภารกิจสำรวจดวงจันทร์และภารกิจสำรวจดาวอังคาร

คลิปจำลองภารกิจ Dream Chaser Space System

ประวัติยาน Dream Chaser

แนวคิดการพัฒนายาน Dream Chaser สามารถสืบย้อนไปได้ถึงการพัฒนายานอวกาศขนาดเล็กยุค 1957-1960 ซึ่งในขณะนั้นเป็นยุคของสงครามเย็นมีการแข่งขันด้านอวกาศระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต ยาน Dream Chaser มีลักษณะที่คล้ายกับแนวคิดยานอวกาศในอดีต เช่น X-20 Dyna-Soar ของกองทัพอากาศสหรัฐ , Northrop M2-F2 ที่พัฒนาโดยบริษัท Northrop , Martin X-23 PRIME ที่พัฒนาโดยบริษํท Martin Marietta ซึ่งปัจจุบันคือบริษัท Lockheed Martin , HL-20 ที่พัฒนาโดยนาซ่า ส่วนทางสหภาพโซเวียตในขณะนั้นพัฒนายานอวกาศขนาดเล็กชื่อรุ่น Mikoyan-Gurevich MiG-105

การพัฒนายาน Dream Chaser ใช้เวลาพัฒนากว่า 10 ปีเทคโนโลยีบางส่วนเกิดจากความร่วมมือระหว่างหลายบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัท Aerojet , Lockheed Martin และมหาวิทยาลัยโคโรลาโด้ โดยบริษัท Sierra Nevada เป็นหัวหอกหลักในการพัฒนา บริษัทประสบความสำเร็จในการทดสอบเครื่องยนต์จรวดของกระสวยอวกาศ ​Dream Chaser ครั้งแรกเมื่อปี 2010 บริษัท Sierra Nevada ได้รับเงินทุนจากนาซ่าหลังบรรลุข้อตกลงพัฒนายาวอวกาศกับนาซ่า (NASA’s Commercial Crew Program) โดยยาน Dream Chaser จะทำภารกิจขนส่งทรัพยากรณ์และนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS ตามกำหนดการในช่วงปี 2019

บริษัท Sierra Nevada มีแผนการซื้อจรวด Atlas V rocket จากบริษัท United Launch Alliance สำหรับใช้ปล่อยยาน Dream Chaser ขึ้นสู่วงโคจรของโลก นอกจากนี้ยังมีแผนการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทที่ศูนย์อวกาศ Kennedy Space Center โดยใช้ฐานปล่อยยานอวกาศหมายเลข 41 (Space Launch Complex 41) อยู่ทางด้านทิศใต้ของฐานปล่อยจรวด LC-39A ที่บริษัท SpaceX ใช้ปล่อยจรวด ​​Falcon 9

คลิปการทดสอบการบินและการลงจอดกระสวยอวกาศ Dream Chaser

แนวคิดกระสวยอวกาศขนาดเล็กเป็นแนวคิดที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริงมานานแล้ว ความสำเร็จของยาน Dream Chaser จะเป็นสิ่งที่นาซ่ารอคอยมานานแสนนานหลังแนวคิดเครื่องบินอวกาศระดับวงโคจร (Orbital Space Plane) มีขึ้นในยุค 60 สามารถช่วยประหยัดต้นทุนในการขนส่งทรัพยากรณ์และนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS ซึ่งปัจจุบันต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศรัสเซียที่ปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ ยาน Dream Chaser จะรับภารกิจสำคัญของนาซาร่วมกับยานอวกาศของบริษัทเอกชนรายอื่นเช่น SpaceX Dragon 2 , SpaceX BFR , Boeing CST-100 Starliner , Lockheed Martin Orion Spacecraft

ที่มาของข้อมูล
nasa.gov, en.wikipedia.org/wiki/Dream_Chaser, sncspace.com, space.com

Share.

About Author

Peerapat Chuejeen

Name : Peerapat Chuejeen “M”
Tel : 086-5930737
E-mail : [email protected]
Facebook : www.facebook.com/peerapat.chuejeen
Twitter : https://twitter.com/aspirecreation

Leave A Reply