มนุษย์=วานรเปลือย!

0

มนุษย์ คือ วานรเปลือย หรือสื่อถึง ลิงที่ไม่มีขนปกคลุมนี้ เป็นแนวคิดจาก หนังสือ “The Naked Ape” โดย Desmond Morris

“Desmond Morris” เป็นนักสัตววิทยาหรือผู้ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ (Zoologist) ได้เขียนหนังสือ“The Naked Ape” เมื่อประมาณเกือบ 40 ปีมาแล้ว (ไม่รู้ว่ามีฉบับแปลเป็นไทยแล้วหรือย้ง) โดย Morris ใช้กรอบของการศึกษาชีวิตและพฤติกรรมของลิงและสัตว์อื่น มาทำการศึกษาเทียบเคียงกับ “คน” และจัดให้คนเป็นลิงชนิดหนึ่งที่เรียกชื่อสั่นๆว่า “Naked Ape” “ลิงเปลือย”หรือ”ลิงไม่มีขนคลุม” (หมายถึงไม่มีขนที่ยาวปกคลุมทั่วทั้งร่างกายเหมือนลิงพันธุ์อื่นๆ)

ในคำนำของหนังสือ กล่าวว่า Ape ที่ชื่อว่า “คน” นี้ ดูแปลกจากลิงทั่วๆไปที่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายพันธุ์ของมัน เช่น ลิงชิมแปนซี (มีดีเอ็นเอ เหมือนคนประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์)ตรงที่ “มันไม่มีขนปกคลุม” ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่เอามาตั้งเป็นชื่อเรียกลิงชนิดนี้และเป็นชื่อหนังสือ ในหนังสืออธิบายถึงเหตุที่มันต้องปรับตัวโดยการสลัดขนของตัวเองทิ้งไป ซึ่งการสลัดขนทิ้งหมายถึงการสูญเสียเครื่องนุ่งห่มตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่ป้องกันทั้งความร้อนความหนาว การกระทบกระแทกขีดข่วน และอันตรายจากเหลือบยุง ริ้นไร ต่างๆ

Morris ได้อธิบายพฤติกรรมต่างๆของ Naked Ape จากการสังเกตศึกษาของเขาเอง ไว้หลายประเด็นน่าสนใจมาก อาทิเช่น กำเนิดของ Nakes Ape นี้มีสายพันธ์มาจากอะไร, ตัวผู้ตัวเมียมีพฤติกรรมอย่างไร, มีการจับคู่และเลี้ยงลูกกันอย่างไร มีการหาความสุขกันอย่างไร ฯลฯ โดยภาพรวมแล้วแก่นของเนื้อหาหลักๆ สอดคล้องกับทฤษฎีของ ชาลส์ ดาร์วิน ที่ว่า วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่างๆรวมทั้งคนด้วย เป็นไปเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ แต่เนื้อหาของ Morris เป็นการขยายรายละเอียดให้เห็นภาพในแง่มุมอื่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

โดยสรุปแล้วเหตุผลที่ลิงเอปที่ชื่อว่า “คน” นี้จำต้องสลัดขนทิ้งมีความเกี่ยวเนื่องกับ “Sex” อันเป็นหัวใจอันสำคัญในการดำรงเผ่าพันธุ์ที่ดีให้อยู่รอดสืบทอดต่อไป มีรายละเอียดโดยย่อเป็นลำดับดังต่อไปนี้

  • – เมื่อหลายล้านปีก่อนลิงเอปชนิดนี้มีขนปกคลุมทั่วทั้งร่าง ดำรงชีวิตอยู่บนต้นไม้กินผลไม้เป็นอาหารต่อมาลิงเอปชนิดนี้เริ่มลงมาอยู่บนพื้นดิน ค่อยๆเดินตัวตรงเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนที่และการมองเห็นได้กว้างไกลขึ้น ส่วนหางค่อยหดสั้นเพราะไม่จำเป็นต้องใช้ และเริ่มรู้จักการกินเนื้อ แต่การดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมบนพื้นดินมีอันตรายมากกว่าการอยู่บนต้นไม้เนื่องจากมีสัตว์ร้ายอย่างหมาป่า สิงโต เสือและสัตว์นักล่าอื่นๆอยู่มากมาย
  • – เรา(ซึ่งเป็นลิงตอนนั้น)ก็เลยต้องปรับตัว วิวัฒนาการเพื่อให้อยู่รอดและสามารถต่อสู้ป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้ายต่างๆที่มีเขี้ยวเล็บและมีพิษได้ โดยเลือกที่จะพัฒนาสมอง เพราะถ้าหากต้องวิวัฒนาการให้มีเขี้ยวเล็บ-พละกำลังต่อสู้เทียบชั้นกับสัตว์นักล่าอื่นๆได้นั้น คงมีอันต้องสูญพันธุ์ไปเสียก่อนเป็นแน่ เนื่องจากสัตว์นักล่าได้วิวัฒนาการเขี้ยวเล็บทั้งยังมีพละกำลัง พิษสงต่างๆ ก้าวหน้ามาก่อนเรานานโขแล้ว เราจีงต้องพัฒนาสิ่งอื่นที่สัตว์ร้ายไม่มีกว่า นั้นคือ ปัญญา…โดยการวิวัฒน์ให้มีสมองใหญ่ขึ้น ฉลาดขึ้น คิด-ประดิษฐ์ อะไรได้ซับซ้อนกว่าสัตว์อื่นๆ
  • – เมื่อมีสมองมองใหญ่ขึ้น ข้อมูลความรู้ ภูมิปัญญาต่างๆก็มากขึ้นตาม จึงจำเป็นตัองมีระยะเวลาเป็นเด็กให้ยาวนานยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรับการถ่ายทอด เรียนรู้ ภูมิปัญญาจากพ่อแม่และเผ่าพันธุ์ตัวเองได้อย่างเต็มที่ โตขึ้นจะได้อยู่รอดได้ ต่างจากสัตว์ที่เกิดมาก็มีเขี้ยวเล็บพละกำลังที่สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเรียนรู้อะไรกันมากมาย- นอกจากนี้ในอดีตเมื่อครั้งที่อยู่บนต้นไม้ เราและลิงทั้วๆไปหลังจากการผสมพันธุ์ หรือมี sex กันแล้ว ตัวเมียจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังตัวเดียว(หรือคนเดียว)ตัวผู้ไม่จำเป็นต้องมาเกี่ยวข้องด้วย และตัวเมียก็ไม่ยอมมี sex ด้วยอีกต่อไป จนกว่าจะตกไข่อันเป็นฤดูผสมพันธุ์อีกครั้งเท่านั้น(ทั้งๆที่ตัวผู้มีความต้องการและสามารถมี sex ได้เรื่อยๆ)
  • – เพราะฉะนั้นเมื่อผสมพันธุ์-ตั้งครรภ์เรียบร้อยแล้ว ตัวผู้กับตัวเมียก็ไม่มีพันธะผูกพันธ์อะไรกันอีก ตัวผู้สามารถไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่นได้ต่อไปเรื่อยๆ(สัญชาตญาณนี้ยังคงฝังอยู่ในผู้ชายมาถึงยุคปัจจุบัน ผู้ชายโดยส่วนใหญ่ลึกๆแล้วจึงมักมีอาการ”เจ้าชู้”) แต่ในเมื่อมาดำรงชีวิตอยู่บนดิน เงื่อนไขต่างๆได้เปลี่ยนไป สมองใหญ่ขึ้น ตัวเมียต้องเลี้ยงลูกนานขึ้น สัตว์ร้าย ภยันตรายต่างๆมากขึ้นดังที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ภาระในการเลี้ยงลูกหนักเกินกว่าที่ตัวเมียตัวเดียว(หรือคนเดียว)จะเลี้ยงให้อยู่รอดปลอดภัยได้
  • – จึงมีความจำเป็นที่ต้องวิวัฒนาการสร้างเงื่อนไขบางประการให้ตัวผู้อยู่ช่วยตัวเมียเลี้ยงลูก มิเช่นนั้นเผ่าพันธุ์ Ape ที่เรียกว่า “คน” นี้ อาจสูญพันธุ์ได้ นั้นคือต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถผูกตัวผู้ให้อยู่ร่วมใช้ชีวิตคู่เลี้ยงลูกกับตัวเมียต่อไป และเนื่องจากธรรมชาติดั้งเดิมที่ตัวผู้สามารถมี sex และมีความต้องการทาง sex อยู่เรื่อยๆไม่จำกัดเวลา ในขณะที่ตัวเมียไม่เป็นเช่นนั้น “Sex” จึงเป็นเงื่อนไขทางกายภาพที่สำคัญที่สุดและเหมาะสมที่สุดในอันจะต้องปลดล๊อควิวัฒนาการเป็นอันดับแรก วิวัฒนาการจึงเป็นไปในลักษณะปรับให้ตัวเมียสามารถมี sex ได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกับตัวผู้ แทนที่จะเป็นเพียงแค่ช่วงตกไข่ในฤดูผสมพันธุ์ดังแต่ก่อน จนวิวัฒนาการของตัวเมียได้ก้าวหน้าไปถึงขั้น…แม้กระทั้งตอนตั้งท้องอยู่ก็ยังสามารถมี sex ได้ หรือหลังจากคลอดลูกแล้วไม่นานก็มีความพร้อมที่จะมี sex ได้ทันที และเพื่อให้การมี sex น่ารื่มรมย์และสุขสมได้ทั่วทั้งเรือนร่าง วิวัฒนาการก็มาถึงจุด Climax อันส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกของ Ape ต่างจากลิงพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน นั้นคือ “การสลัดขนปกคลุมร่างทิ้งไป” เพื่อให้ได้มีสัมผัสอันราบเรียบไม่ติดขัด Sexจึงเป็นที่หลงใหลติดใจของทั้งตัวผู้และตัวเมีย(แต่ก็ยังคงเหลือขนยาวในบางส่วนของร่างกายไว้บ้าง ก็เพื่อความสวยงามเสริมเสน่ห์อาทิ ผม คิ้ว หนวด ขนหน้าอกของผู้ชาย และปกป้องสิ่งแปลกปลอมในส่วนที่ละเอียดอ่อน ขนจมูก ขนตา เป็นต้นฯลฯ) และเมื่อสามารถมี sex อย่างสุขสมและมีกันได้เรื่อยๆไม่จำกัดฤดูผสมพันธุ์อย่างนี้แล้ว ตัวผู้(ส่วนใหญ่)ก็ไม่ต้องจำเป็นต้องไปแสวงหาตัวเมียตัวอื่นให้เหนื่อยเปล่า ยังคงใช้ชีวิตกับตัวเมียตัวเดิมเรื่อยไป ตัวผู้จึงต้องช่วยเลี้ยงลูกไปโดยปริยาย ก็เป็นอันบรรลุวัตถุประสงค์ของวิวัฒนาการ ส่วนเรื่องขนอันเป็นประหนึ่งเครื่องนุ่งหุ่มตามธรรมชาติที่สูญเสียไปนั้น เรื่องเล็ก! สมองอันชาญฉลาดของลิงเอปพันธุ์นี้ย่อมสามารถเสาะหาและสร้างสิ่งทดแทนได้โดยไม่ยาก…อย่าง หนังสัตว์ ขนสัตว์-การผลิดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ ดังที่รู้เห็นกันอยู่
  • – พร้อมกันนี้เพื่อให้ความสุขจากการเสพ Sex ของตัวผู้เพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก ก็ได้มีวิวัฒนาการ ให้อวัยวะเพศตัวผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม(เมื่อเทียบกับสัดส่วนต่อขนาดร่างกายกับลิงสายพันธุ์อื่นๆ) ซึ่งก็มีส่วนช่วยเสริมให้ตัวเมียได้สุขสมมากขึ้นด้วยเช่นกัน(แม้ไม่ใช่ทั้งหมด) … นอกจากนี้สัญชาตญาณความภาคภูมิใจในอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าลิงสายพันธุ์อื่น ยังได้พัฒนาคลี่คลายกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ ความอุดมสมบูรณ์ และแสดงอัตตาก้าวร้าวของเพศผู้
  • – และก่อนหน้านี้ ลิงเอปตัวเมียทั่วๆไปจะมีหน้าอกอันเป็นเครื่องแสดงให้ตัวผู้รู้ว่าพร้อมผสมพันธุ์เฉพาะช่วงตกไข่ติดสัดและเฉพาะช่วงให้นมลูกเท่านั้น เมื่อหมดช่วงเวลานั้นแล้วก็จะแฟบหายไปเองตามธรรมชาติ ลิงไร้ขนตัวเมียจึงได้วิวัฒน์หน้าอกให้เต่งตึงมีรูปร่างเห็นชัดต้องตาต้องใจ แม้เวลาที่ไม่ให้นมลูกแล้วก็ยังเห็นเด่นชัดเต่งดึงอยู่ และแม้แต่ลิงเอปสาวตัวเมียที่ยังไม่เคยมีลูกเลยก็เต่งดึงโดดเด่นเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นเสน่ห์ดึงดูดทาง Sex มัดใจตัวผู้ให้หลงใหลติดอกติดใจได้ยิ่งขึ้นอีกชั้นหนึ่ง … หน้าอกแฟบ-ผิวพรรณไม่เรียบเนียนสดใส นอกจากทำให้ขาดเสน่ห์ทางกายภาพในการดึงดูดเพศชายแล้วยังแสดงถึงสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรงไม่เหมาะต่อการสืบพันธุ์ ทำให้ผู้หญิงขาดความมั่นใจ ล้วนมาจากสัญชาตญาณอันเกิดจากการวิวัฒนาการเมื่อครั้งอดีต

สรุป : ตามทฤษฎี Desmond Morris รากฐานดั้งเดิมในวิวัฒนาการของ Naked Ape เกิดจากเงื่อนไขง่ายๆที่ว่า เมื่อลงมาดำรงชีวิตบนพื้นดินอันเต็มไปด้วยอันตราย ตัวผู้จำเป็นต้องอยู่ช่วยตัวเมียเลี้ยงลูก เลยได้วัวัฒนาการ Sex ให้เป็นเครื่องผูกมัดผูกพันธุ์ซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันในลักษณะครอบครัวจึงเกิดขึ้นนับแต่บัดนั้น แล้วได้ค่อยๆวิวัฒนาการต่อเนื่องเรื่อยมาจนกลายเป็นวิถีชีวิตอันแสนลับซับซ้อนในสังคมมนุษย์ยุคปัจจุบัน ถ้าขาดการวิวัฒนาการของ Sex และสมอง ในแนวทางที่ หนังสือ The Naked Ape กล่าวมาแล้วนั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีอันต้องสูญสิ้นไปนานแล้ว…

ยังมีประเด็นปลีกย่อยในเนื้อหาของหนังสือ The Naked Ape อีกมากมาย แต่จับแก่นสาระแล้ว เนื้อหาได้สะท้อนให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจในทำนองที่ว่า…พฤติกรรมหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็น สัญชาตญาณเรื่องเพศ-การสืบพันธุ์, การไล่ล่า, การดิ้นรนต่อสู้, การป้องกันตัว, การจับกลุ่ม, การทำมาหากิน ฯลฯ ได้วิวัฒนาการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติอันกินเวลายาวนานนับล้านปี ส่วนการเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่แบบอารยธรรมสังคมเมืองในปัจจุบันเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่พันปีนี้เอง ดังนั้นพฤติกรรมดั่งเดิมอันเป็นสัญชาตญาณดิบเถื่อนหลายอย่างสมัยที่เรายังใช้ชีวิตในป่านั้นยังหลงเหลืออยู่และยังไม่ได้ปรับให้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับวิถีชีวิตแบบสังคมเมือง ” มนุษย์จึงต้องเผชิญกับความขัดแย้งและสับสนในตัวเองอย่างสูง อันก่อเกิดพฤติกรรมที่แปลกประหลาดและซับซ้อนเข้าใจยากในหลายๆด้าน รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาวุ่นวายต่างๆในทางสังคมมากมาย ดังที่มีให้เห็นกันอยู่เรื่อยมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ”

อย่างไรก็ตาม มองจากกรอบการศึกษาของ Desmond Morris แล้ว ผลจากการวิวัฒนาการทาง สมอง และ Sex ของ Naked Ape ที่ชื่อว่า “มนุษย์” นี้ นอกจากจะช่วยให้เผ่าพันธุ์อยู่รอดสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันแล้ว ยังได้ส่งผลให้วิถีชีวิตของลิงชนิดนี้มีความเป็นอยุ่สะดวกสบายยิ่งขึ้น, ชีวิตมีสีสันอันน่าพิศวง อีกทั้งมีอำนาจยิ่งใหญ่ครอบครองโลกเหนือสัตว์ทั้งปวง และสัญชาตญาณอันเกี่ยวเนื่องกับ Sex ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งในกำหนดพฤติกรรม แรงจูงใจและความเป็นไป-กิจกรรมต่างๆในวิถีชิวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่ทั้งในระดับปัจเจกและระดับสังคม…

Share.

About Author

ชอบไซ-ไฟ เป็นชีวิตจิตใจ ไม่ว่าหนัง นวนิยาย และการ์ตูน ฯลฯ สนใจแวดวงเทคโนโลยี ไอที นวัตกรรม ทั้งเฝ้าสังเกตการณ์เป็นพิเศษกับกรณ๊ผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คนและสังคม เป็นหนึ่งในแอดมินเพจ สนทนาไซ-ไฟ

Leave A Reply